บริษัทนำเที่ยวที่ทำตลาดคนไทยเที่ยวไทยจะต้องปรับตัวมากขึ้นเพื่อรับมือกับพฤติกรรมคนไทย

บริษัทนำเที่ยวที่ทำตลาดคนไทยเที่ยวไทย จะต้องปรับตัวมากขึ้นเพื่อรับมือกับพฤติกรรมคนไทยที่หันไปเที่ยวด้วยตัวเองมากขึ้น โดยจะต้องนำนวัตกรรมใหม่ๆ มาพัฒนาสินค้าท่องเที่ยว รวมทั้งพัฒนาระบบการจองที่รวดเร็ว ตอบสนองความต้องการของคนไทยที่นิยมจองซื้อสินค้าผ่านทางออนไลน์ นอกจากนี้ต้องร่วมมือกันเองปรับทัศนคติของผู้เดินทาง โดยเน้นให้เห็นว่าการเดินทางผ่านบริษัทนำเที่ยว มีข้อดี เช่น ได้พบเพื่อนใหม่ๆ ระหว่างเดินทาง ได้พบเนื้อคู่ ได้เปิดใจคุยกันระหว่างคนในครอบครัวระหว่างท่องเที่ยว ไม่ต้องเสียเวลาในการวางแผนการเดินทางเอง และอาจต่อยอดธุรกิจหาเครือข่ายใหม่ๆ ได้ระหว่างเที่ยว เป็นต้น

ทั้งนี้เห็นว่า แนวทางของภาครัฐที่ต้องการผลักดันรายได้ท่องเที่ยวให้ถึง 2 ล้านล้านบาทในปี 58 นั้น เป็นไปได้ยากมาก หากรัฐบาลยังมีเพียงเป้าหมายออกมาเพียงอย่างเดียว โดยไม่เพิ่มงบประมาณสนับสนุนภาคท่องเที่ยวให้สอดคล้องกับนโยบาย รวมทั้งยังไม่มีโครงการลงทุนขนาดใหญ่(เมกกะโปรเจ็กต์) สร้างแหล่งท่องเที่ยวใหม่เเลย ขณะเดียวกันรัฐบาลต้องเร่งจัดระเบียบสังคม แก้ปัญหาความไม่ปลอดภัยที่เกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยวให้เด็ดขาด ทั้งปัญหาแท็กซี่ป้ายดำ ปัญหาเรียกเก็บค่าเสียหายจากการใช้เจสกี และการหลอกลวงต้มตุ๋นนักท่องเที่ยวรูปแบบอื่นด้วย เพื่อให้นักท่องเที่ยวเชื่อมั่นเดินทางมามากขึ้น

นอกจากนี้มองว่ารัฐบาลควรให้ข้อมูลการรับมือการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(เออีซี) ปี 58 กับผู้ประกอบการท่องเที่ยวให้มากกว่านี้ โดยควรใช้ภาษาง่ายๆ ในการอธิบายผู้ประกอบการให้เข้าใจว่าจะได้ประโยชน์หรือเสียประโยชน์อะไรจากเออีซี รวมทั้งควรชี้เป้าหมายกับผู้ประกอบการให้ชัดเจนว่าต้องเตรียมตัวเช่นไรเพื่อรับมือ และมีแหล่งเงินทุนใดให้ผู้ประกอบการเลือกใช้สำหรับหาโอกาสไปลงทุนประเทศอื่นในอาเซียน เพราะที่ผ่านมาข้อมูลที่เอกชนได้รับจากภาครัฐมีมาก แต่ไม่ชัดเจน ส่วนใหญ่ฟังแล้วเอกชนจะรู้สึกกลัวเออีซี มากกว่าจะรู้วิธีรับมือหรือใช้ประโยชน์

This entry was posted in ท่องเที่ยว and tagged . Bookmark the permalink.